ทริปไต้หวันครั้งที่สองในชีวิตไปพร้อมกับพ่อ

ทริปไต้หวันครั้งที่สองในชีวิตไปพร้อมกับพ่อ

วันที่ ๑
  • ช่วงเช้าขึ้นไปปฏิบัติงาน
  • ใกล้เที่ยงเดินทางไปสนามบิน ขอน้องที่ทำงานไปส่งแต่ติดภารกิจจึงต้องเรียก Grab ไปส่งสนามบิน.  บ้าน-สนามบินเชียงใหม่ ค่า Grab ๓๕๘.- จะเรียกไปลงข้างหน้าก็มีพ่ออยู่จึงจำเป็นต้องลงในสนามบิน.
  • เริ่มด้วยไป Check in  Counter Airasia พบว่ากระเป๋าสัมภาระของเราใหญ่กว่าที่จะหิ้วขึ้นเครื่องได้ สังเกตได้ว่าคิดว่าน้ำหนักเกินตามสภาพของกระเป๋าหนักเอาการอยู่แล้ว กระเป๋า ๑ ใบ ใส่เสื้อผ้าและของฝาก ทั้ง ๒ คน. แต่ก็เป็นตามที่คิดไว้ ทาง จนท. ที่ Check in ก็แนะนำให้ซื้อน้ำหนักเพิ่ม โดยขาไปราคาน้ำหนักกระเป๋าอยู่ที่ ๑,๔๐๐.- (จากที่ดู แท็ก กระเป๋า น้ำหนัก ๑๗กก.) พร้อมกับจองขากลับไปด้วยอยู่ที่ราคา ๘๓๐.-
  • ต่อด้วยเรื่องส่งของไปญี่ปุ่น แต่มีปัญหาเลยส่งกลับบ้านก่อน
  • ก่อนจะเข้า ตม. ภารกิจหลัก พาพ่อไปกดเงิน แต่ดันบัตร ATM มีปัญหากับ chip บนบัตร ทำให้ไม่สามารถกดเงินได้ และเป็นช่วงพักเที่ยง จนท. พักเที่ยง ก็เลยจบ
  • ขณะที่เข้า ตม. จนท. สั่งให้ถอดแว่นตาและแมช ออกเพื่อสแกนใบหน้า ไม่กี่นาทีก็ผ่าน. แต่ติดที่พ่อๆ ไม่เคยออกต่างประเทศก็เลยไม่เคยเลยมี จนท. แนะนำ ต่อจากนั้นระหว่างรอสแกนนิ้วนานหน่อย เนื่องจากนิ้วมือเกิดอุบัติเหตุเมื่อหลายปีก่อน ตรงจุดบริการต้องเอาเอกสารไปให้อีกท่าเซ็นรับรองการเดินทาง ส่วนผมต้องไปรอข้างใน.
  • การเดินทางครั้งนี้ ๑๔.๑๐-๑๘.๔๐ น. เครื่องดีเลย์ครึ่งชั่วโมงเนื่องจากรอเครื่อง ขึ้นลง คราวที่แล้วมาเจอพายุบนวน
  • หลังจากลงเครื่อง เปิดอินเตอร์เน็ตไปค้นที่อยู่บ้านพี่ ซึ่งในไฟล์ที่ทำเก็บไว้ใน Dropbox ใช้เวลาพอสมควร โดนพ่อบ่นตรงนี้ บังเอิญเจอพี่ที่คอยอาศัยเราอยู่สองคนแม่ลูก(คนแก่ด้วย) ปรึกษาญาติที่อยู่ไต้หวัน ต้องไปเอากระเป๋าตอนไหน … ลงเครื่อง>เขียนใบ ตม. > ผ่านตู้ ตม. > รับกระเป๋า>ไปขึ้น แท็กซี่ … ขณะรอแท็กซี่ อากาศหนาวพอสมควร “
  • ขึ้นรถแท็กซี่ มายัง เขตหลิงโถ (No.๖๔, Gongliu Road, Linkou District, New Taipei City, Taiwan. ) ซึ่งเป็นบ่านเช่าของญาติ ๑๐๐๐ เงินไต้หวัน
วันที่ ๒ สายๆ ทีมญาติพาไปเที่ยววัดหลิงโถ วัดใหญ่ เดินทางไปประมาณ ๒ กม. จากที่พัก
วันที่ ๓ สายๆ ทีมญาติ แยกย้ายกัน และพาผมกับพ่อไปบ้านพี่วิทไถหนาน โดยนั่งรถแท็กซี่(รอนานกว่าจะหารถได้)ไปยังสถานีรถไฟฟ้าเถาหยวน จากบ้านไปสถานีรถไฟฟ้าประมาณ ๔๐ นาที ต่อจากนั้นขึ้นรถไฟฟ้าไปลงสถานีรถไฟฟ้าไถหนานใช้เวลาประมาณ ๓-๔ ชั่วโมง ในระหว่างการเดินทางอาศัยรอที่นั่งว่างถึงจะได้นั่งคิดเฉลี่ยได้นั่ง ๒๐% ลงรถไฟฟ้า ต่อด้วยรถแท็กซี่เข้าไปบ้านพี่วิท
วันที่ ๔ สายๆ ทีมญาติและพี่สะใภ้พาไปบ้านเพื่อนพี่วิทใช้เวลาประมาณ ๓๐ นาทีถึงที่หมาย พูดคุยเรื่องราวต่างๆ ของพี่วิท ฯ
วันที่ ๕ วันแห่งการท่องเที่ยว ออกจากบ้านใกล้ๆ เที่ยงเช่นเคย เดินทางไปขึ้นรถไฟฟ้าไถหนานเดินทางไปที่สถานีรถไฟฟ้าเกาสง ต่อรถไฟฟ้าอีก ๒ ต่อเพื่อไป ขึ้นเรือไปอีกเกาะ ชมวิว ตรงเกาะ ไม่ได้เที่ยวอะไรเยอะ ซื้อปลาหมึกย่างกลิ่นแปลกๆ มาก กลิ่นอบอวลด้วยไขมัน ทำให้ไม่น่ากิน ไปนั่งศาลาสักพักหลานหิวข้าวก็พากันไปกินแยกกันที่ศาลา ส่วนผมกับพ่อไปเดินเล่นข้างชายหาดๆ ที่นี่แปลกดี ทะเลทรายเป็นสีดำไม่เหมือนที่อื่นที่เคยไปมา พ่อได้ภาพหลายใบเลย เดินวนไปเรื่อยๆ ทรายหาด จนกว่าจะได้เจอหลานไปทานข้าวมา จากนั้นก็พากันกลับ ระหว่างทางเจอของโปรด…ถั่วต้มราคา ๑๐๐ ของเงินไต้หวัน พ่อกับถึงตกใจ ช่วงเย็นมีเพื่อนพี่มาเที่ยวหาพ่อคุยกันไป … หมดไป ๑วัน ว่าแต่คิดในใจตอนพ่อไปเข้าห้องน้ำระหว่างรอทำไมถ่ายรูปตัวเอง ผอม ฟิตๆ ข้างทรายหาดบ้างเนาะ แต่ก็หาถ่ายที่อื่นก็ได้เอาให้ผอมกว่านี้^^
วันที่ ๖ อยู่บ้านกับหลาน ช่วงเย็น เดินออกกำลังกาย เพื่อให้ได้จำนวนก้าว ๕,๐๐๐ ก้าว ตามที่ตั้งเป้าไว้ เดินดูบ้านเมืองยามค่ำคืน แสงสีเสียง บริเวณใกล้ๆ บ้าน หลังจากเดินก็ไปเดินเที่ยวตลาดนัดกลางคืนที่พี่สะไภ้เคยพาเดินคราวก่อน ต่อท้ายแวะ ๗-๑๑ นั่งทานถั่วคั่ว ชมสาวไปเอ้ยชมวิวคนสรรจรข้างถนน อยู่ๆ ก็โดนโทรตาม…ออกไปไหนไม่บอก(ท่านพ่อกล่าวไว้)
วันที่ ๗
  • เดินทางกลับ ออกจากบ้านพี่วิท เวลา ๐๙.xx น. เดินทางไปสถานีขนส่งไถหนาน
  • ๑๐.๓๐ น. ขึ้นรถ Uberbus จากสถานีขนส่งไถหนานไปลงสถานีขนส่งจงหรี่ ขึ้นรถอีก ๑ ต่อเพื่อเดินทางไปสนามบินเถาหยวน ถึงที่สนามบินเถาหยวน เวลาประมาณ ๑๔.xx น. รถจอดให้ Terminal๒ ต้องถาม พนง. ต้องไปขึ้น Sky train Terminal๑
  • พอไปถึง Counter Airasia ยังไม่เปิดนั่งรอประมาณครึ่งชั่วโมง เปิดในเวลา ๑๖.๐๐ น. ก่อนหน้านั้นไปต่อแถว Check in สายการบินสิงคโปร์เลยต้องรอ
  • Boarding pass ตรง ตม. ผมสแกนเอกสารผ่าน ที่เครื่องอัตโนมัติ เลยต้องรอพ่อให้ได้ก่อน แต่ของพ่อไม่ผ่านเลยถาม พนง. ๆ บอกให้ไปติดต่อที่ Counter ที่มีคนทำงาน ถึงจะผ่าน ตม. ได้
  • พาพ่อแวะทานข้าว พยายามเลือกที่จะทานได้ บางเมนูมันหมด มันก็ช้าตรงนี้แหละครับ เลยมีโอกาสทานชานมไข่มุกไต้หวัน…ไม่รู้จะของจริงไหม รสชาติเหมือนเมืองไทยเลย บอกไม่ใส่น้ำตาล
  • หลังจากทานข้าวเสร็จไป Gate B๔ แต่ดันมาเปลี่ยน Gate อีก สังเกตจากจอ มุมขวา ย้ายไปยัง Gate B๖ ยังพอมีเวลา^^
  • ๑๙.๑๕ น. Boarding pass
เดินทางไปต่างประเทศ ครั้งแรกคนเดียว ครั้งที่สองมีพ่อไปด้วย ส่วนพ่อเป็นครั้งแรก
พ่อเคย เดินทางโดยเครื่องบิน
  • ไปและกลับ รับกระดูกพี่ที่สุวรรณภูมิ
  • ไปไต้หวัน ครั้งแรก ๑/๒๕๖๓
อุปสรรค
  • เวลาเตรียมตัวไม่มี
  • กดเงินไม่ได้ เพราะบัตรรุ่นเก่า
  • สัญญาณอินเตอร์เน็ตไม่ค่อยเสถียร เจอหลายคนใช้อินเตอร์เน็ตไม่ได้
  • ความหนาวเย็น
  • ขาดการวางแผน